fbpx
Review Movie

Midsommar : ดินแดนพระอาทิตย์​เที่ยง​คืน และความสมดุล​ของวัฏจักร​อันบิดเบี้ยว​

August 16, 2019 < 1 min read
kunanon

author:

Midsommar : ดินแดนพระอาทิตย์​เที่ยง​คืน และความสมดุล​ของวัฏจักร​อันบิดเบี้ยว​

Reading Time: < 1 minute

ผลงานเรื่องที่ 2 ของผู้กำกับ อารี แอสเตอร์ (Hereditary) พูดถึงคู่รักพร้อมกลุ่มเพื่อนที่เดินทางไปยังชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งทางตอนเหนือของสวีเดน เพื่อเข้าร่วมเทศกาลเฉลิมฉลองของลัทธินอกรีตซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 90 ปี เทศกาลดังกล่าวมีระยะเวลา 9 วัน ประกอบไปด้วยการร้องรำ และพิธีกรรมแปลกประหลาด—หมิ่นเหม่ศีลธรรม มากมาย​

ว่ากันตามตรงโครงสร้างของ Midsommar นั้นไม่ได้มีความแปลกใหม่แต่อย่างใด หนังพูดถึงกลุ่มคนภายนอกเข้าไปพัวพันกับชุมชนลึกลับ ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ นานา จนท้ายที่สุดกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ถือเป็นหนึ่งในพล็อตยอดนิยมของหนังสยองขวัญเลย ฉะนั้นความโดดเด่นที่แท้จริงของ Midsommar จึงเป็นเรื่องการ ‘ท้าทายกฎเหล็ก’ ของหนังประเภทดังกล่าว อย่างดำเนินเรื่องในช่วงกลางวันแสก ๆ (ผ่านปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน) หรือฉากหลังที่เป็นดั่งชุมชนฮิปปี้ในอุดมคติซึ่งดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ก็กลับสร้างความโกลาหลตามมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

นอกจากนี้อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Midsommar คือการใช้ ‘อาการจิตเวช’ เข้ามาช่วยดำเนินเรื่อง ซึ่งหลังจากดูไปได้สักพักเราก็เริ่มตระหนักแล้วว่าความสยดสยองนั้นหาใช่บรรยากาศแวดล้อม แต่เป็น ‘ความเจ็บป่วยทางจิตใจ’ ที่ตัวละครกำลังเผชิญอยู่ต่างหาก ช่วงเวลาที่หดหู่ที่สุดคือการเห็นพวกเขาค่อย ๆ ถูกกลืนเป็นส่วนหนึ่งของ ‘วัฏจักรอันบิดเบี้ยว’ จากคนที่เคยต่อต้านความวิปริตในตอนแรก กลับสมยอมเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้ร่วมสนับสนุนให้เทศกาลและลัทธิยังคงดำรงต่อไป

ส่วนตัวค่อนข้างชอบตัวละคร ‘แดนี่’ เป็นพิเศษ เธอคือสมาชิกหนึ่งเดียวที่หนังนำเสนอแบ็คกราวชีวิต แดนี่เคยเป็นคนที่ระมัดระวังตัวมากในตอนแรก ปฏิเสธสิ่งแปลกปลอมแทบทุกอย่าง แต่แล้วกลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าโดน ‘ครอบครัวที่เหลืออยู่’ หักหลัง จนในที่สุดก็เริ่มปันใจให้กับ ‘ครอบครัวใหม่’ (ที่เข้าใจหัวอกเธอจริง ๆ) และมันนำมาซึ่งบทสรุปแสนหดหู่ในตอนท้าย

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคืองานสร้างที่วิจิตรบรรจงสมคำร่ำลือ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม คอสตูม จนถึงพร็อพเล็ก ๆ น้อย ๆ เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างผ่านกระบวนการคิดที่สร้างสรรค์ ทุกงานออกแบบต่างมีนัยยะแฝงซ่อนอยู่ โดยส่วนตัวเชื่อว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้หนังสยองขวัญไปอีกนาน

อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นประสบการณ์การดูหนังที่ ‘เหนื่อย’ ที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิตเลย


ⓘ Random Facts

แม้จะมีฉากหลังเป็นชุมชนทางตอนเหนือของสวีเดน แต่ความจริงแล้วหนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่ประเทศฮังการีเป็นส่วนใหญ่

ในการสร้างผลงาน Folk Horror เรื่องนี้ ผู้กำกับ อารี แอสเตอร์ เลือกใช้อ้างอิง (ด้านงานวิชวล) จากหนังดังในอดีต อาทิ Black Narcissus (1947), Hard to Be a God (2013), The Tragedy of Macbeth (1971) และ Tess (1979)

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *