fbpx
Review Movie

Manchester by the Sea : เวลาไม่อาจเยียวยาได้ทุกสิ่ง

August 12, 2019 < 1 min read
kunanon

author:

Manchester by the Sea : เวลาไม่อาจเยียวยาได้ทุกสิ่ง

Reading Time: < 1 minute

หลังได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่าพี่ชายตนเองเสียชีวิตกะทันหัน ‘ลี แชนด์เลอร์’ ภารโรงหนุ่มผู้ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่บอสตัน จึงต้องกลับไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ (บ้านเกิดของเขา) อีกครั้ง เพื่อจัดการกับธุระต่างๆ นานา ทั้งงานศพ พินัยกรรม รวมถึงรับหน้าที่เป็นผู้ปกครองให้หลานชายจนกว่าเจ้าตัวจะบรรลุนิติภาวะ

Manchester by the Sea ผลงานลำดับที่ 3 ของผู้กำกับ ‘เคนเนธ โลเนอร์แกน’ ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2017 ถึง 6 สาขา (หนึ่งในหนังคือสาขาหนังยอดเยี่ยม) และสามารถคว้ากลับมาได้ 2 รางวัล ในสาขาบทดั้งเดิมยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม—เคซีย์ แอฟเฟล็ก

ช่วงต้นเรื่องหนังพาเราไปสำรวจกิจวัตร-วงจรชีวิต (อันน่าเบื่อ) ในแต่ละวันของลี ซึ่งไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าคอยจัดการกับสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นในอพาร์ตเมนต์ อาทิ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซ่อมท่อประปา เคลียร์เฟอร์นิเจอร์เก่า หรือต่อปากต่อคำผู้พักอาศัย ตกเย็นมาเดินเข้าบาร์ดื่มเหล้าและกลับบ้านนอน ชีวิตวนเวียนเช่นนี้ทุกวัน กระทั่งวันหนึ่งลีได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งว่า ‘โจ’ พี่ชายของเขาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย เขาจึงมีโอกาสได้กลับไปเยือน ‘บ้าน’ ที่จากมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

หนังดำเนินเรื่องอย่างเนิบช้าผ่านบทสนทนา-การกระทำ ‘กระอักกระอ่วน’ ตลอดทั้งเรื่อง ขณะเดียวกันก็ตัดสลับให้เราได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของลี (ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง) หนังค่อยๆ เผยปมปัญหาออกมาทีละนิด ในขณะที่เรากำลังประติดประต่อเรื่องราวคร่าวๆ ทั้งหมดอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้เจอกับ ‘ระเบิดลูกใหญ่’ แบบไม่ทันตั้งตัว ระเบิดที่ล้างผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง แปรเปลี่ยนความงุนงงในตอนแรกมาเป็นความรู้สึกหดหู่-สิ้นหวังแบบฉับพลัน ความกระอักกระอ่วนต่างๆ ที่ผ่านมาถูกไขข้อสงสัยทันที ผู้ชมอย่างเราๆ ได้รับรู้ถึงสาเหตุความเจ็บปวดที่กัดกินใจเขาจนกลายมาเป็นคนตายด้าน

เวลาไม่อาจเยียวยาได้ทุกสิ่ง

Manchester by the Sea ทำให้เราได้กลับมาทบทวนและตั้งคำถามถึงประโยค ‘เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง’ (ซึ่งมักใช้เป็นคำปลอบใจเวลาพบเจอเรื่องแย่ๆ) ว่ามันเช่นนั้นจริงๆ หรือ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ต้องใช้ ‘เวลามากแค่ไหน’ ถึงจะเยียวยาเรื่องที่เกิดขึ้นกับลีได้

แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาจะพยายามเปลี่ยนตัวเอง (ภายนอก) เป็นคนใหม่ แต่ก็ไม่อาจสลัดความทรงจำร้ายๆ ออกไปได้ มันยังคงเป็นตราบาปที่ย้ำเตือนลีในทุกเช้าที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา และยิ่งเมื่อเขาต้องกลับไปพบเจอมันอีกครั้งหลังพี่ชายตาย ทุกอย่างที่ทำมาก็กลายเป็นความสูญเปล่าทันที รายละเอียดต่างๆ ยังคงชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน เห็นได้ชัดว่าเวลาไม่ได้ช่วยเยียวยาให้ความเจ็บปวดลดน้อยลง เพียงแต่แช่แข็งไว้รอวันที่เขากลับมาเท่านั้นเอง

“ฉันใจสลาย มันรู้สึกแตกสลายตลอดเวลา และฉันก็รู้ว่าคุณเองก็ใจสลายเหมือนกัน แต่ฉันไม่จำเป็นต้องแบกมัน”

อนึ่ง สิ่งที่ประทับใจที่สุดคงหนีไม่พ้นความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นตลอดสองชั่วโมงเศษ จากหลายๆ บทสนทนาเห็นได้ชัดว่าแทบทุกคนพยายาม ‘กลบเกลื่อนรอยร้าวในอดีต’ พยายามทำให้ทุกอย่าง ‘ดีขึ้น’ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองกำลังฝืนก็ตาม ซึ่งผลออกมาก็เป็นอย่างที่ผู้ชมได้เห็น มันไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกันมันทำให้ทุกอย่างดูหดหู่มากกว่าเดิม

“อาขอโทษ อาเอาชนะมันไม่ได้จริงๆ” ประโยคที่ลีเปิดใจกับหลายชายตัวเอง


ⓘ Random Facts

Manchester by the Sea ถือเป็นนอมินีออสการ์สาขาหนังยอดเยี่ยมเรื่องแรกที่ ‘จัดจำหน่ายโดยผู้ให้บริการด้านออนไลน์สตรีมมิ่ง’ (Amazon)

มิเชล วิลเลียมส์ มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากระยะเวลารวมในหนังไม่ถึง 12 นาที

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *