Review Movie

Lars and the Real Girl : ตุ๊กตายาง ตัวแทนความผูกพันและการปล่อยวาง

June 29, 2019 < 1 min read
kunanon

author:

Lars and the Real Girl : ตุ๊กตายาง ตัวแทนความผูกพันและการปล่อยวาง

Reading Time: < 1 minute

‘ลาร์ส’ ชายหนุ่มขี้อายวัย 27 อาศัยอยู่ในโรงรถหลังบ้านพี่ชาย-พี่สะใภ้ เขาคือคนที่มีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม ไม่กล้าออกไปพบปะผู้คน (ใหม่ๆ) ปัญหานี้สร้างความกังวลใจให้แก่พี่ชายของเขาไม่น้อย กลัวว่าสุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็น ‘เรื่องใหญ่’ ตามมาภายหลัง ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เรื่องใหญ่ที่ว่านี้เกิดขึ้นทันทีเมื่อลาร์สตัดสินใจสั่งซื้อตุ๊กตายาง (เซ็กซ์ทอย) จากอินเทอร์เน็ต มาเพื่อใช้ชีวิตคู่กับเขา ราวกับเป็น ‘คนรักที่มีผิวหนังและจิตใจ’ พร้อมตั้งชื่อแสนไพเราะเธอให้ว่า ‘บิอังก้า’

ยิ่งไปกว่านั้น ลาร์สยังพาเธอ (บิอังก้า) มาทำความรู้จักกับผู้คนรอบข้าง เสมือนเปิดตัวแฟนสาวคนใหม่ ลาร์สเล่าประวัติชีวิตเธอได้ยาวเหยียดราวกับเรียนรู้ดูใจกันมาเนิ่นนาน เกริ่นถึงพื้นเพที่มา ความคิดความอ่าน และวัฒนธรรมอันแตกต่างได้เป็นฉากๆ อีกทั้งยังพูดคุยสื่อสารกับเธอเหมือนเธอมีชีวิตจริงๆ ทั้งนี้หลังจากครอบครัวได้ลองปรึกษากับจิตแพทย์ (โดยที่ลาร์สไม่รู้ตัว) พวกเขาได้ข้อสรุปว่าคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า ‘เล่นตามน้ำ’ คอยสังเกตอาการที่เกิดขึ้น และรอวันที่เจ้าตัวพร้อมเปิดใจ

หนังฟีลกู๊ดของผู้กำกับ ‘เคร็ก กิลเลสปี’ ผู้กำกับชาวออสเตรเลียนที่มีผลงานโด่งดังอย่าง I, Tonya และ The Finest Hours นำแสดงโดย ‘ไรอัน กอสลิ่ง’ นักแสดงหนุ่มตาหวานที่ตอนนั้นกำลังโด่งดังสุดขีดจาก The Notebook 

ตุ๊กตายาง สัญลักษณ์ของการบำบัด

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือการพูดถึงเซ็กซ์ทอยในรูปแบบที่ต่างไปจากปกติ แม้ฟังก์ชั่นโดยกำเนิดของบิอังก้าจะมีไว้เพื่อ ‘บำบัดความใคร่’ แต่ลาร์สไม่เคยใช้เธอในแง่นั้นเลย กลับกันเขาใช้เธอเพื่อการ ‘บำบัดจิตใจ’ ของตัวเอง มองเธอเป็นดั่งความรักอันแสนบริสุทธิ์ รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ประหนึ่งความรักจากแม่ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอด

ลาร์ส มีปมในใจเรื่องแม่มาตั้งแต่เด็ก อาจเพราะเติบโตมาในครอบครัวที่มีแต่ผู้ชาย เลยทำให้เขาโหยหาความรักและการโอบกอด (ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรได้จากเพศหญิง) ปมในใจนี้ค่อยๆ สร้างเกราะกำบังให้ลาร์ส รู้ตัวอีกทีเขาก็กลายเป็นชายหนุ่มขี้อายที่ด้านชาต่อความรู้สึกไปซะแล้ว ทั้งนี้เมื่อพี่สะใภ้ของเขาเริ่มตั้งท้อง มันทำให้ปมดังกล่าวที่เคยถูกกดทับไว้ประทุขึ้นมาอีกครั้ง และบิอังก้าก็เปรียบได้กับ ‘สิ่งยึดเหนี่ยว’ ที่จะช่วยให้เขาผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ 

อนึ่ง ฉากที่เศร้าที่สุดคงหนีไม่พ้นฉากงานเลี้ยงในบ้าน ในขณะที่ทุกคนเต้นรำร่วมกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงลาร์สคนเดียวที่เต้นรำในอากาศเงียบๆ จินตนาการว่ากำลังกุมมือบิอังก้าและโยกไปตามจังหวะเพลง

หนังค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างลาร์สกับบิอังก้า ควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ของลาร์สและคนรอบข้าง (รวมถึงความสัมพันธ์ของคนรอบข้างกับบิอังก้าด้วย) จากที่รักมากในตอนแรก เมื่อวันเวลาพ้นผ่านความรักของทั้งคู่เริ่มจืดชืดอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต่างจากความรักของคนปกติ ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่แปรผันไปตามสภาพจิตใจของลาร์สที่เริ่มปล่อยวางได้มากขึ้น มีความกล้าที่จะเผชิญโลกแห่งความจริงมากขึ้น มันเลยทำให้บทบาทของบิอังก้าลดลงด้วยเช่นกัน

ท้ายที่สุดหนังไม่ได้ตีกรอบความคิดคนดูเรื่องการมีตัวตนอยู่ของบิอังก้า ไม่ได้ให้น้ำหนักไปที่การตัดสินว่าสิ่งไหนผิดหรือถูก แต่ถ่ายทอดออกมาในเชิงสัญลักษณ์ว่าเธอมีความหมายต่อลาร์ส (และคนอื่นๆ ในเมือง) มากแค่ไหน เธอเข้ามาเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้ทุกคนสามารถก้าวเดินต่อไป ดังประโยคที่บาทหลวงพูดในโบสถ์ช่วงท้ายเรื่อง

“เรามารวมกันที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ชีวิตของบิอังก้า บิอังก้าเอื้อมมาสัมผัสเราทุกคนจากรถเข็น ในวิธีที่เราคาดไม่ถึง เธอเป็นครู เป็นบทเรียนแห่งความกล้าหาญ …บิอังก้ารักพวกเราทุกคน …โดยเฉพาะลาร์ส”


ⓘ Random Facts

หนังใช้เวลาถ่ายทำเพียง 31 วัน

เพื่อช่วยให้ ไรอัน กอสลิ่ง สามารถแสดงได้อย่างราบรื่น ทีมงานจึงต้องปฏิบัติต่อตุ๊กตายางเสมือนเป็นนักแสดงจริงๆ เธอมีรถเทรลเลอร์สำหรับการพักผ่อนและเปลี่ยนชุดเป็นของตัวเอง อีกทั้งจะปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนก็ต่อเมื่อต้องเข้าฉากเท่านั้น

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *