fbpx
Movie Review

Grandma : เวลาย่อมล่วงเลย นั่นสิเที่ยงแท้

May 21, 2020 < 1 min read
kunanon

author:

Grandma : เวลาย่อมล่วงเลย นั่นสิเที่ยงแท้

Reading Time: < 1 minute

ประทับใจทุกครั้งเลยเวลาดูหนังที่มีความยาวสั้นๆ แต่กลับสร้างผลกระทบหลังรับชมได้มหาศาล ซึ่ง Grandma ก็เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยความยาวเพียง 79 นาที แต่หนังยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวอันเรียบง่ายออกมาได้อย่างทรงพลัง

Grandma เป็นผลงานของพอล ไวท์ซ ผู้กำกับหนังตลกต้นยุค 2000 ที่มีเครดิตเด่นๆ อย่าง American Pie และ About a Boy เล่าถึง ‘แอล’ นักเขียนเลสเบี้ยนวัยดึกที่เพิ่งจบความสัมพันธ์กับคนรักไปได้ไม่นาน แล้วจู่ๆ ‘เซจ’ หลานสาวอายุ 18 ของเธอก็โผล่มาหน้าบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ เซจกำลังตั้งท้อง และต้องการเงิน 600 ดอลลาร์ไปเป็นค่าทำแท้ง แต่ปัญหาคือแอลก็ไม่มีเงินจะให้เหมือนกัน เธอจึงอาสาพาหลานนั่งรถตะลอนไปรอบเมือง เพื่อหาเงินและขอความช่วยเหลือจากบรรดาเพื่อนเก่า เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เองทำให้แอลต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่ตนพยายามวิ่งหนีมาโดยตลอด

ความน่าสนใจของ Grandma คือการถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างสองยายหลาน รวมทั้งพูดถึงมุมมองความคิดของทั้งคู่ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ช่วงหนึ่งแอลหยิบหนังสื่อที่ชื่อ ‘เดอะ เฟมินิ มิสตีก (The Feminine Mystique)’ ซึ่งเคยโด่งดังมากๆ สมัยทศวรรษ 1960 ให้หลานดู แล้วถามเธอว่ารู้จักใช่ไหม เซจทำหน้างงแล้วตอบยายไปว่า “หนูรู้จักแต่มิสตีกใน X-Men ค่ะ” 

“ก่อนหน้านี้ยายเคยชอบผู้ชายเหรอ?”
“ยายชอบผู้หญิงมาตลอดนั่นแหละ แค่ไม่ชอบตัวตนที่เป็นอยู่”

นอกจากนี้ หนังยังเผยให้เราเห็นเรื่องราวในอดีตของแอล ทั้งความผิดพลาด ความล้มเหลว ผ่านคำบอกของเธอ แอลเอาแต่โทษตัวเองว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอทำตัวเป็น ‘คนขายวิญญาณ’ ทำงานศิลปะโดยหวังเงินเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทนทุกข์เพื่อสร้างงานให้มีคุณค่า อีกทั้งปัญหาชีวิตที่เข้ามารุมเร้า ทั้งการสมรส ทั้งตัวตนที่ขัดแย้งกับเพศสภาพ (และการยอมรับจากสังคม) จนในที่สุดเธอเลือกใช้วิธีการ ‘หนี’ ออกมาโดยไม่บอกกล่าวใคร ตัดขาดตัวเองจากอดีต ในขณะที่เซจ เมื่อได้พูดคุยกับแอล ได้เห็นชีวิตพังๆ ของยาย ก็ทำให้เธอเริ่มตระหนัก และคิดถึงอนาคตตัวเองมากขึ้น 

นอกจากความสัมพันธ์แล้ว หนังยังนำเสนอประเด็นเฟมินิสต์ด้วย โดยตลอดทั้งเรื่องเราจะได้ยินบทสนทนา และการหยิบยกตัวอย่างแสบๆ ขึ้นมาพูด อาทิ ตอนที่แอลถามหลานว่าใครเป็นพ่อของเด็ก แล้วทำไมเขาไม่รับผิดชอบ เซจอ้ำๆ อึ้งๆ พยายามบ่ายเบี่ยงจนในที่สุดก็สารภาพว่าเขาหาเงินมาให้ไม่ได้ เธอคิดว่าเขาไม่ใช่คนที่ท้อง ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ แต่แอลกลับมองว่าความคิดแบบนี้แหละที่เป็นปัญหา เธอพูดประชดหลานสาวไปว่า “ถ้าเขาท้องได้ก็คงกลัวจนอึราดไปแล้ว!” จากนั้นก็พูดทิ้งท้ายประมาณว่า “ผู้ชายไม่เคยเดือดเนื้อร้อนใจกับปัญหาที่เขากระทำต่อฝ่ายหญิงเลยแม้แต่น้อย” หรืออย่างตอนที่แอลหยิบยก ‘ลิงโบโนโบ’ มาพูดเชิงเปรียบเทียบเพศสภาพ เธอบอกว่า “ลิงประเภทนี้ตัวเมียเป็นใหญ่ พวกมันจะช่วยตัวเองตลอดเวลา ไม่สร้างความเดือดร้อน (หรือก่อสงคราม) เหมือนชิมแปนซีกับมนุษย์”

ทั้งนี้ อีกหนึ่งกิมมิคน่าสนใจของ Grandma คือการดำเนินเรื่องโดยแบ่งเป็นบทย่อยๆ คล้ายกับการอ่านหนังสือ (เช่น 1. ending 2. ink 3. apes) ซึ่งแม้แต่ละบทจะฟังดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่หนังก็ยังสามารถร้อยเรียงมันออกมาเป็นเส้นเดียวกันได้

ท้ายที่สุดต้องชื่มชมการแสดงของ ‘ลิลี่ ทอมลิน’ เธอคือผู้ที่แบกหนังเรื่องนี้ไว้ รับบทเป็นคุณยาย (วัยใกล้ฝั่ง) ได้อย่างมีหัวจิตหัวใจ แม้ภายนอกจะดูแข็งกระด้าง อีโก้สูง ยอมหักไม่ยอมงอ แต่ภายในก็ยังมีมุมอ่อนโยน (และอ่อนแอ) และจากการแสดงอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้เอง ทำให้เธอถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกทองคำอีกครั้งในปี 2016

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *