People

โรเบิร์ต แพททินสัน ชายผู้เป็นทั้ง พ่อมด แวมไพร์ และมนุษย์ค้างคาว

June 12, 2019 < 1 min read
kunanon

author:

โรเบิร์ต แพททินสัน ชายผู้เป็นทั้ง พ่อมด แวมไพร์ และมนุษย์ค้างคาว

Reading Time: < 1 minute

จนถึงตอนนี้ชื่อของ ‘โรเบิร์ต แพททินสัน’ นั้นอยู่เคียงคู่วงการภาพยนตร์มาร่วมหนึ่งทศวรรษเศษแล้ว จากหนุ่มอังกฤษร่างโย่งที่แจ้งเกิดจากแฟรนไชส์ “แฮรี่พอตเตอร์” สู่บทแวมไพร์หน้าขาวในมหากาพย์ “ทไวไลท์”

อีกทั้งบทน้อยใหญ่มากมายที่ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของเขาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม้จะมีบางช่วงที่อาจดรอปลงไปบ้างแต่เขาก็ไม่เคยห่างหายไปไหนนาน มีผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามเรื่อยมา และในโอกาสที่ ‘ร็อบ’ ได้รับเลือกมาให้มารับบท “อัศวินรัตติกาล” คนล่าสุด (ในหนังของผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในปี 2021) เราจึงขอรวบรวม 10 เรื่องน่าสนใจของชายคนนี้ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1. โรเบิร์ต แพททินสัน เริ่มต้นอาชีพนักแสดง จากการเล่นละครเวทีที่ Barnes Theatre ณ กรุงลอนดอน โดยโมเดลลิ่งมองเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวร็อบ จึงตัดสินใจลองเสี่ยงกับหนุ่มน้อยโนเนมคนนี้ดู และหลังจากนั้นการเดินทางอันแสนยาวนานก็ได้เริ่มต้นขึ้น

2. ย้อนกลับไปปี 2004 ร็อบมีโอกาสได้แสดงหนังเรื่องแรกของตัวเอง โดยรับบทเป็นลูกชายของ รีส วิเธอร์สปูน ใน “Vanity Fair” แต่น่าเสียดายที่ฉากดังกล่าวถูกตัดออกไปในขั้นตอน Post-production เลยทำให้ไม่มีใครได้เห็นเขาปรากฏตัวในหนังเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้คัดเลือกนักแสดง (Casting Director) รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้แนะนำเด็กหนุ่มคนนี้ให้กับทีมออดิชั่นของ Harry Potter and the Goblet of Fire ซึ่งกำลังมองหาคนที่ใช่อยู่พอดี

3. หลังทีมผู้สร้าง Twilight ประกาศอย่างเป็นทางการว่า โรเบิร์ต แพททินสัน จะมาเป็นผู้รับบท ‘เอ็ดเวิร์ด คัลเลน’ เขาก็ถูกแฟนนวนิยายต่อต้านทันที (ส่วนหนึ่งคงเพราะภาพลักษณ์ของร็อบที่ไม่ตรงกับจินตนาการของนักอ่าน) รุนแรงถึงขั้นมีการล่ารายชื่อกว่า 75,000 คน ให้ถอดถอนเขาออกจากบทดังกล่าว แต่โชคยังดีที่ร็อบไม่ถอดใจยอมแพ้ ยืนยันที่จะลองเสี่ยงกับโอกาสนี้ เพราะท้ายสุดแล้ว แฟนๆ (ที่ต่อต้านในตอนแรก) ต่างรู้ดีว่าเขาเหมาะสมและคู่ควรกับบทนี้มากแค่ไหน

4. ในปี 2009 ร็อบใช้วันหยุด 3 วันในช่วงที่เว้นว่างจากการถ่ายทำ Twilight ภาค 2 (New Moon) และ 3 (Eclipse) ไปกับการถ่ายทำ Remember Me หนังอีกเรื่องที่เจ้าตัวนำแสดง ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องไล่เลี่ยกัน

5. นอกจากทักษะด้านการแสดงแล้ว โรเบิร์ต แพททินสัน ยังมีความพรสวรรค์ด้านเสียงดนตรี เขาสามารถเล่นได้ทั้งกีต้าร์และเปียโน ทั้งยังมีวงดนตรีเป็นของตัวเองในชื่อ “Bad Girls” อีกด้วย

6. ปี 2008 และ 2009 ร็อบมีชื่อเป็นหนึ่งใน “Sexiest Men Alive” ของนิตยสาร People อีกทั้งในปีเดียวกันนี้ นิตยสาร Vanity Fair ก็ยังมอบตำแหน่ง “The Most Handsome Man in the World” ให้เขาไปครอบครอง

7. ไอดอลด้านการแสดงของร็อบคือ มาร์ลอน แบรนโด (The Godfather) และ แจ็ค นิโคลสัน (One Flew Over the Cuckoo’s Nest)

8. ร็อบมีโอกาสร่วมงานกับ รีส วิเธอร์สปูน นักแสดงสาวรุ่นพี่ที่สนิทกันถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกรับบทเป็น “ลูกชาย” ใน Vanity Fair และครั้งที่สอง (7 ปีให้หลัง) รับบทเป็น “คนรัก” ใน Water for Elephants

9. คงไม่ผิดหากจะพูดว่าหนังเรื่อง Good Time ที่ร็อบนำแสดงไว้เมื่อปี 2017 นั้นสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นหลังจากนักแสดงหนุ่มบังเอิญไปเห็น “รูปภาพ” ของหนังเรื่อง Heaven Knows What ซึ่งเป็นผลงานของสองพี่น้องผู้กำกับ “แซฟดี้บราเทอร์ (จอชและเบนนี่)” แล้วเกิดความสนใจจะร่วมงานด้วย เขาจึงเขียนอีเมลไปพูดคุยเกี่ยวกับไอเดียของโปรเจคถัดไป จนในที่สุดก็ออกมาเป็นหนังเรื่อง Good Time

10. ด้วยวัย 33 ปี ทำให้ โรเบิร์ต แพททินสัน กลายมาเป็นผู้รับบท บรูซ เวย์น วัยหนุ่ม (แบทแมน) ที่ “อายุน้อยที่สุด” อันดับ 2 เป็นรองเพียง ลูอิส วิลสัน มนุษย์ค้างคาวคนแรกซึ่งรับบทนี้ตอนอายุ 23 ปี เมื่อปี 1943

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *