fbpx
People

10 เรื่องน่าสนใจของ บิล เมอร์เรย์

September 3, 2019 < 1 min read
kunanon

author:

10 เรื่องน่าสนใจของ บิล เมอร์เรย์

Reading Time: < 1 minute

เขาเป็นดาวตลกที่แจ้งเกิดจากรายการ Saturday Night Live เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ที่มีผลงานอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ทศวรรษ เป็นหนึ่งในอาวุธลับสำคัญของผู้กำกับ เวส แอนเดอร์สัน อีกทั้งยังเป็นพ่อของลูก ๆ 6 คน

เขาคนนั้นชื่อ ‘บิล เมอร์เรย์’ และนี่คือ 10 เรื่องน่าสนใจที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1. บิล เมอร์เรย์ แต่งงาน 2 ครั้ง และมีลูกชายถึง 6 คน เขาเข้าพิธีวิวาห์ครั้งแรกกับ มาร์กาเร็ต เคลลี ในปี 1981 ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ โฮเมอร์ และลุค จากนั้นเพียง 15 ปี ชีวิตสมรสของเขาก็สิ้นสุดลง หลังเจ้าตัวแอบไปมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับหญิงสาวอีกคน บิลแต่งงานอีกครั้งกับ เจนนิเฟอร์ บัตเลอร์ (หญิงสาวที่เคยมีความสัมพันธ์ลับด้วย) ในปี 1997 โดยภรรยาคนที่สองให้กำเนิดลูกชายถึง 4 คนด้วยกัน ได้แก่ คาเลบ, แจ็คสัน, คูเปอร์ และลินคอล์น

2. บิลเคยเขียนเช็คจำนวน 25,000 เหรียญฯ มอบให้ผู้กำกับ เวส แอนเดอร์สัน เพื่อสมทบทุนสำหรับการเนรมิต ‘ฉากละครเวที’ ในหนังเรื่อง Rushmore (ผลงานเรื่องที่สองของผู้กำกับชาวเท็กซัส) ทั้งที่เขาได้รับค่าจ้างจากหนังเรื่องนี้เพียง 9,000 เหรียญฯเท่านั้น

3. ช่วงวัยรุ่นบิลเคยตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ ในชื่อ ‘Dutch Masters’ โดยเจ้าตัวรับหน้าที่ร้องนำ

4. นอกจากนี้สมัยไฮสคูล เขายังเคยทำงานเป็นแคดดี้ในสนามกอล์ฟท้องถิ่นอีกด้วย

5. ตอนอายุ 20 ปี บิลเคยพยายามลักลอบขนกัญชาน้ำหนักกว่า 4 กิโลครึ่งขึ้นเครื่องบิน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติโอแฮร์ในชิคาโก ซึ่งแม้เจ้าตัวจะถูกจับแต่เขาก็ได้รับเพียงโทษสถานเบาเท่านั้น

6. ก่อนที่บท ‘ฟอร์เรสท์ กัมพ์’ จะตกเป็นของ ทอม แฮงค์ (และกลายเป็นภาพจำในเวลาต่อมา) ครั้งหนึ่ง ตัวละครอัจฉริยะปัญญานิ่มเคยถูกเสนอให้บิลเล่น แต่เนื่องจากเขาไม่ใช่บิ๊กแฟนของหนังสือต้นฉบับ จึงตอบปฏิเสธไป

7. เขาเคย (พลาด) ต่อย ‘โรเบิร์ต เดอ นีโร’ จนจมูกหัก ระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่อง Mad Dog and Glory เมื่อปี 1992

8. เดิมทีบทของบิลใน Caddyshack นั้นเป็นเพียงตัวประกอบที่ไม่สลักสำคัญอะไร แต่พอทีมงานได้เห็นแววตลกและพรสวรรค์ที่ซุกซ่อนอยู่ จึงตัดสินใจเพิ่มน้ำหนักให้ตัวละครของเขามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ทีมงานไม่ได้เขียนสคริปต์ให้บิลเพิ่มไปด้วย ฉะนั้นการแสดงตลอด 6 วันในกองถ่ายของเขา จึงเป็นการด้นสด (อิมโพรไวส์) ล้วน ๆ

9. หลังจากความล้มเหลวของ The Razor’s Edge (ผลงานที่บิลตัวพยายามปลุกปั้นด้วยตัวเอง) เขาตัดสินใจหยุดพักจากวงการถึง 4 ปีเต็ม และมุ่งหน้าไปปารีสเพื่อลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยซอร์บอร์น ในสาขาปรัชญา-ประวัติศาสตร์

10. บิลตัดสินใจรับเล่นหนังเรื่อง Garfield (พากย์เสียงเป็นเจ้าแมวอ้วนสีส้ม) เพราะคิดว่าเป็นผลงานของ ‘พี่น้องโคเอน’ (Coen Brothers) โดยครั้งแรกที่ได้อ่านสคริปต์เขาเหลือบไปเห็นชื่อคนเขียนบทว่าเป็น โจเอล โคเอน จึงเซ็นสัญญารับเล่นทันที เขามารู้ภายหลังว่าตัวเองดูผิด เพราะคนเขียนบทเรื่องนี้ไม่ใช่ ‘โจเอล โคเอน’ (Joel Coen) แต่เป็น ‘โจเอล โคเฮน’ (Joel Cohen) ต่างหาก

อ้างอิง
www.littlethings.com
www.factinate.com
www.buzzfeed.com

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *