People

หนัง 3 เรื่องที่เปลี่ยนชีวิต แอล แฟนนิง

May 29, 2020 2 min read
kunanon

author:

หนัง 3 เรื่องที่เปลี่ยนชีวิต แอล แฟนนิง

Reading Time: 2 minutes

เว็บไซต์ IMDb จัดทำพอดแคสต์รายสัปดาห์ขึ้นมาในชื่อ Movies That Changed My Life เชิญชวนนักแสดงและคนทำหนังมาบอกเล่าประสบการณ์เบื้องหลัง รวมทั้งพูดคุยถึงหนังที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล แต่ละเรื่องได้สร้างแรงบันดาลใจ หรือมอบอะไรให้แก่พวกเขาบ้าง

แอล แฟนนิง มาเป็นแขกรับเชิญคนที่ 3 ของรายการ เพื่อโปรโมต The Great ซีรีส์เรื่องแรกของตัวเองทางสตรีมมิ่ง Hulu เธอเล่าประสบการณ์การทำงานร่วมกับ นิโคลัส เฮาลต์ นักแสดงร่วมจอ และโปรดิวเซอร์ โทนี่ แม็คนามาร่า (คนเขียนบท The Favourite) นอกจากนี้ยังเกริ่นถึง The Nightingale ผลงานเรื่องต่อไปซึ่งมีโอกาสได้นำแสดงเคียงข้างพี่สาวเป็นครั้งแรก หนังมีกำหนดถ่ายทำหลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ และเข้าฉายช่วงปลายปี 2021

ทั้งนี้ หนัง 3 เรื่องที่ แอล แฟนนิง หยิบยกมาพูดถึงในรายการ ได้แก่

The NeverEnding Story (1984)

แอลเล่าว่ามันคือหนังเรื่องแรกที่ได้ดูในชีวิต ตอนนั้นเธออายุราว ๆ 4-5 ขวบ กำลังถ่ายทำ The Door in the Floor และได้สนิทสนิมกับ บีจูร์ ฟิลลิปส์ นักแสดงสาวรุ่นพี่ เธอชักชวนแอลไปที่อพาร์ทเม้นท์และเปิดดูหนังเรื่องนี้ด้วยกัน

“ตอนนั้นฉันกลัวมากเลย แล้วก็เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นตอนที่เจ้าม้าอาแทรกซ์ค่อยๆ จมหายไปในบึง (Swamp of Sadness) มันส่งผลกระทบต่อจิตใจฉันมาก ซึ่งหลังจากนั้นฉันก็กลับมาดูหนังเรื่องนี้อีกหลายรอบ พยายามคิดหาคำตอบว่าทำไมถึงได้อิมแพคมากมายขนาดนี้ อาจเพราะมันทำให้ฉันนึกถึงวัยเด็กของตัวเองด้วยล่ะมั้ง ฉันชอบงานวิชวลนะ (สมัยนั้นยังเป็น Practical Effects ไม่ใช้คอมพิวเตอร์) มันสมจริงมากเลย ทำไมเดี๋ยวนี้เราไม่ทำอะไรแบบนั้นกันแล้วก็ไม่รู้”

“ฉันว่าฉันรักฟิลลิ่งโดยรวมของหนัง มากกว่าโมเมนต์หรือฉากหนึ่งฉากใด มันเหมือนพาฉันเดินทางไปสู่อีกดินแดนนึง อันที่จริงฉันว่าการแสดงก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ แต่ฉันไม่ได้ดูเพราะสนใจการแสดงไง ฉันดูเพราะมันทำให้ฉันได้จินตนาการ” แอลเล่าต่อ “เพลงประกอบ (Limahl) ก็ดีมาก ๆ ฉันมีติดในโทรศัพท์ด้วย มีครั้งนึงน่าจะตอนถ่ายทำ The Neon Demon ฉันฮัมเพลงนี้ทั้งวัน แล้วจู่ ๆ ผู้กำกับ นิก เรฟฟิน (นิโคลัส วินดิง เรฟฟิน) ก็บอกให้ฉันเปิดเพลงนี้ แล้วเราก็นั่งฟังด้วยกัน”

Grease (1978)

แอลเล่าว่า Grease เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอมาโดยตลอด เธอมักจะหยิบมันมาดูซ้ำอยู่เสมอ หากลองถามเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว พวกเขาก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘Grease คือหนังเรื่องโปรดของแอล แฟนนิง’

“ฉันมักจะแต่งตัวเป็นแซนดี้—นางเอกของเรื่อง ขณะดูหนังเรื่องนี้ แล้วก็สวมบทบาทเป็นเธอ ท่องบทตามแบบคำต่อคำเลย” นักแสดงสาวรําลึกความหลัง “ตอนเป็นเด็กฉันยังไม่เข้าใจหลาย ๆ อย่างที่หนังพูดถึง แม่ฉันมักจะกด Fast Forward ข้ามฉากสุ่มเสี่ยงทั้งหลายไป พอฉันโตขึ้นแล้วได้กลับมาดูอีกครั้ง ก็ทำให้ถึงบางอ้อว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง”

แอล แฟนนิง บรรยายความทรงจำเกี่ยวกับ Grease อย่างออกรส พูดถึงบรรดาตัวละคร ไดอะล็อก รวมทั้งฉากโปรดที่ตัวเองประทับใจ เธอจดจำแม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนอื่นอาจมองข้าม

“ฉันไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อนเลย ฉันคิดว่าพวกเขา (นักแสดง) ดูแก่เกินบทที่ได้รับนะ แต่มันก็เป็นอะไรที่ยอมรับได้ พวกเขาน่าจะอายุราว ๆ 30 ปี แก่เกินไปสำหรับเด็กมัธยม แต่ฉันไม่แคร์หรอกกลับชอบด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันลงตัว ทั้งอารมณ์ขันและเคมีของทุกคนในเรื่อง มันสมจริงมาก เหมือนพวกเขาสร้างบางอย่างขึ้นมาแล้วทำให้เราอยากมีส่วนร่วมด้วย” แอลเล่าต่อ “ฉันมองว่ามันเป็นผลงานอมตะที่มีโควทดี ๆ มีฉากเด่น ๆ อยู่เต็มไปหมด อีกทั้งเพลงประกอบก็ยอดเยี่ยม องค์ประกอบทุกอย่างมันโดดเด่นสมบูรณ์ เหมือนพวกเขาแคปเจอร์ช่วงเวลาไว้”

The Virgin Suicides (1999)

เรื่องสุดท้ายที่ แอล แฟนนิง เลือกมา คือผลงานลำดับแรกของผู้กำกับ โซเฟีย คอปโปลา แอลเผยว่าเธอดู The Virgin Suicides หลังร่วมงานกับโซเฟียไปแล้วครั้งนึง (จากเรื่อง Somewhere ซึ่งตอนนั้นเพิ่ง 11 ขวบ) ก่อนหน้านี้เธอเคยดู Marie Antoinette แล้วพอโตขึ้นเลยอยากหาหนังของผู้กำกับคนนี้มาดูเพิ่มเติม

“มันเปลี่ยนชีวิตฉันโดยสิ้นเชิง ฉันอยากให้ชีวิตช่วงวัยรุ่นของตัวเองเป็นแบบในหนัง ซึ่งอันที่จริงก็มีส่วนคล้ายอยู่บ้าง เชื่อไหมว่าตอนอินสตาแกรมออกมาใหม่ ๆ ชื่อแอคเคาท์แรกของฉัน (ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว) คือ virginsuicides นะ ฉันใช้ชื่อนี้อยู่นานเลย” เธอเท้าความ “ฉันอยากเป็นหนึ่งในพี่น้องตระกูลลิสบอน แต่มันดันลงเอยด้วยโศกนาฏกรรมนี่สิ แม้หนังเรื่องนี้จะเป็นผลงานเรื่องแรกของโซเฟีย แต่สไตล์ทุกอย่างมันชัดเจนมาก ฉันเพิ่งหยิบมาดูอีกครั้งในตอนที่หนังครบรอบ 20 ปี แล้วก็สงสัยว่าเธอทำยังไงถึงได้ถ่ายทอดบรรยากาศยุค 70 ออกมาสมจริงขนาดนี้”

จากนั้นแอลก็เล่าความประทับใจในหนังเรื่องดังกล่าว รวมทั้งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตนสามารถสัมผัสจากงานของโซเฟีย เธอมองว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการที่มันถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองเด็กผู้ชาย ทั้งที่พวกเขาแทบไม่เข้าใจตัวตนพวกเธอเลย

“พวกเขาพยายามโรแมนติไซส์ราวกับว่ามันเป็นตำนานเล่าขานของพวกเธอ แต่สำหรับฉันในฐานะผู้หญิง กลับมองไม่เห็นเรื่องราวเหล่านั้นเลย สิ่งที่พวกเธอกำลังเผชิญคือปัญหาอันหนักอึ้งต่างหาก”

ช่วงท้ายแอลได้สรุปว่าทำไมจึงเลือกหนัง 3 เรื่องนี้

“ฉันพยายามเลือกหนังที่ตรงตามความเป็นจริงที่สุด หนังที่ช่วยขัดเกลาวิธีการมองโลกให้ฉัน ซึ่งทั้ง 3 เรื่องล้วนส่งผลกระทบในแง่นั้นทั้งสิ้น อย่าง Grease กับ The Virgin Suicides ที่ฉันพยายามใช้ชีวิตเลียนแบบ พยายามทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ส่วน The NeverEnding Story ก็ตรงกับที่ฉันเป็นคนฝันเฟื่อง ชอบจินตนาการ ซึ่งอันที่จริงฉันว่า Grease กับ The Virgin Suicides ก็มีความเพ้อฝันเหมือนกันนะ”

เรียบเรียงจากพอดแคสต์ Movies That Changed My Life

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *