Feature

ถอดรหัสงานดีไซน์ใน Her

July 5, 2020 < 1 min read
kunanon

author:

ถอดรหัสงานดีไซน์ใน Her

Reading Time: < 1 minute

บังเอิญไปเจอวิดีโอ Essay ตัวนึง เล่าถึงงานดีไซน์ในหนังเรื่อง Her ของผู้กำกับ สไปค์ โจนซ์ ที่จำลองโลกอนาคตโดยอิงจากสภาพสังคมในปัจจุบัน แตกต่างจากหนังไซไฟส่วนมากที่มักจะมาพร้อมกับธีม Dystopia: สังคมโหดร้าย, Apocalyptic: โลกล่มสลาย หรือไม่ก็ Totalitarian: เผด็จการเรืองอำนาจ ซึ่งล้วนแต่พยากรณ์อนาคตในแง่ลบทั้งสิ้น นั่นจึงทำให้ Her กลายเป็นหนังไซไฟเพียงไม่กี่เรื่อง ที่มอบความรู้สึกผ่อนคลายให้ผู้ชม อีกทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ดูจะไม่ไกลเกินความเป็นไปได้ด้วย

โปรดักชั่นดีไซเนอร์ของหนังเรื่องนี้คือ ‘เค. เค. บาร์เร็ตต์ (K. K. Barrett)’ นักออกแบบที่เคยร่วมงานกับ สไปค์ โจนซ์ มาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งเจ้าตัวยังเคยร่วมงานกับ โซเฟีย คอปโปลา (อดีตภรรยาของโจนซ์) ใน Lost in Translation อีกด้วย ซึ่งก็อย่างที่หลายคนคงทราบว่าสองเรื่องนี้มีบางอย่างลิงก์กันอยู่ บาร์เร็ตต์ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบวิชวล จากงานของช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ ‘รินโกะ คาวาอูชิ (Rinko Kawauchi)’ เธอบันทึกภาพในชีวิตประจำวันด้วยความเรียบง่าย แต่มันกลับเล่าเรื่องได้มหาศาล

โจนซ์และบาร์เร็ตต์ร่วมกันเนรมิตแอลเอในอนาคต พวกเขาวางภาพว่ามันต้องเต็มไปด้วยตึกสูงที่ลดหลั่นกันตามขนาด แต่งแต้ม CG เข้ากับตึกระฟ้าของเมืองเซี่ยงไฮ้ จนกลายมาเป็นแอลเอที่เราเห็นในหนัง ตัวอย่างการผสมผสานที่ว่านี้ก็เช่น ฉากที่ธีโอดอร์เดินอยู่หน้าอาคาร Pacific Design Center แล้วมีเครื่องบินโบอิ้ง 747 ตั้งตระหง่านแนวดิ่งอยู่หน้าอาคาร จะเห็นว่าองค์ประกอบทั้งสองสามารถอยู่ร่วมได้อย่างลงตัว หรือแม้แต่วิวนอกหน้าต่างอพาร์ทเม้นท์ของธีโอดอร์ ก็เป็น CG ซึ่งทับซ้อนกับภาพจริงอีกที

สิ่งที่ทำให้ Her พิเศษกว่าหนังไซไฟเรื่องอื่น ๆ คือเราสามารถรีเลทกับมันได้โดยไม่ต้องจินตนาการ นั่นเพราะประเด็นที่หนังพูด ไม่ใช่ ‘เทคโนโลยีคืออะไร’ หรือ ‘มันมอบอะไรให้เราบ้าง’ แต่นำเสนอ ‘ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี’ พูดถึงประสบการณ์ของคน ๆ หนึ่งที่มีร่วมกับปัญญาประดิษฐ์

นอกจากนี้ เรายังได้เห็นวัสดุที่ไม่ค่อยพบเจอในหนังไซไฟส่วนมาก อาทิ เฟอร์นิเจอร์ไม้ กระดาษ และแว่นตา อีกทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็มีรูปลักษณ์วินเทจ ทั้งโทรศัพท์ที่หน้าตาเหมือนกล่องใส่บุหรี่จากศตวรรษที่ 20 หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ใช้วัสดุไม้ (ไม่มีเมาส์และคีย์บอร์ด) ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกรอบผลงานศิลปะ

ไม่เพียงเท่านั้น ในโลกของ Her ผู้คนยังคงเดินสวนกันไปมา ทั้งในลิฟต์ และบนสกายวอล์ค เสื้อผ้าที่ตัวละครสวมใส่ก็อ้างอิงมาจากปัจจุบัน หรือแม้แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ถูกพัฒนามาจากรากฐานเดียวกับเราใช้อยู่ทุกวันนี้ ถือเป็นการพยากรณ์อนาคตที่เรียบง่ายมาก ซึ่งก็ไม่แปลกเลยหากระหว่างรับชม เราจะรู้สึกโหยหาอดีต (Nostalgia) แม้ว่าเป็นหนังไซไฟก็ตาม

ช่วงท้ายเขาพูดสรุปไว้น่าสนใจมาก มนุษย์เราง่วนอยู่กับความคิดที่ว่า ‘โลกใบนี้กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ’ มากกว่าสนใจว่า ‘เราจะทนอยู่ในโลกใบเดิมได้อย่างไร’ Her ทำให้เราเห็นแววอนาคตที่มีความหวังมากขึ้น พวกเขาสามารถจัดการปัญหาส่วนตัว โดยไม่ถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยภายนอก (Dystopia, Apocalyptic, Totalitarian) นั่นจึงทำให้สภาพสังคมใน Her ซึ่งอาจจะ 10 หรือ 20 หรือ 50 ปีต่อจากนี้ ไม่เหมือนกับภาพที่มนุษย์มองไปยังอนาคต มันเป็นเพียงจักรวาลคู่ขนานที่สวยงาม ที่ซึ่งผู้คนพยายามจัดการชีวิตตัวเอง แล้วสุดท้ายก็มาลงเอยด้วยกัน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *