fbpx
Feature

ครบรอบ 25 ปี ‘Friends’ กับ 25 เรื่องราวน่าสนใจที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

October 5, 2019 3 min read
kunanon

author:

ครบรอบ 25 ปี ‘Friends’ กับ 25 เรื่องราวน่าสนใจที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Reading Time: 3 minutes

22 กันยายน ปี 1994 คือวันที่ ‘Friends’ ซีรีส์ซิตคอมบอกเล่ามิตรภาพของกลุ่มเพื่อน 6 คน ออกฉายทางช่อง NBC เป็นครั้งแรก

ว่ากันตามตรงในวันนั้นคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าซีรีส์เรื่องนี้จะสามารถยืนระยะออกอากาศได้ต่อเนื่องยาวนานมาถึง 10 ซีซั่น (236 ตอน) อีกทั้งยังมีแฟน ๆ ที่รักและติดตามพวกเขาเป็นจำนวนมากขนาดนี้ 

เรื่องน่าสนใจคือนอกจาก Friends จะเปลี่ยนชีวิตของ 6 นักแสดงนำไปตลอดกาลแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้พลิกโฉมวงการซิตคอมอเมริกันในเวลาต่อมาอีกด้วย (ถือเป็นหนึ่งในป็อปคัลเจอร์ชิ้นสำคัญแห่งยุค 90s) และในโอกาสที่ Friends มีอายุครบ 25 ปี เราจึงได้รวบรวม 25 เรื่องราวน่าสนใจที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

• ก่อนจะมาเป็น Friends ครั้งหนึ่งซีรีส์เรื่องนี้เคยใช้ชื่อ (Working Title) ว่า Insomnia Café, Friends Like Us และ Six of One

• ช่วงซีซั่นแรก ทั้ง 6 นักแสดงได้รับค่าจ้างต่อหนึ่งตอนเพียง 22,500 เหรียญฯ (เกือบ ๆ 700,000 บาท) ในขณะที่สองซีซั่นสุดท้ายพวกเขาทำเงินได้มากถึงตอนละ 1 ล้านเหรียญฯ (30 ล้านบาท)

• ในบทดั้งเดิมนั้นกำหนดให้มีตัวละครหลักเพียง 4 คน คือ ‘เรเชล’ ‘มอนิก้า’ ‘รอสส์’ และ ‘โจอี้’ ส่วน ‘แชนด์เลอร์’ กับ ‘ฟีบี้’ ถูกวางให้เป็นเพียงตัวละครสมทบเท่านั้น นอกจากนี้พวกเขายังเคยมีไอเดียว่าแชนด์เลอร์ควรเป็นเกย์ด้วย ก่อนจะปัดตกความคิดนี้ในเวลาต่อมา

• แม้จะรับบทเป็นน้องสาว แต่ความจริงแล้ว คอร์ตนีย์ ค็อกซ์ (มอนิก้า) นั้นอายุมากกว่า เดวิด ชวิมเมอร์ (รอสส์) ถึง 2 ปี

• นอกจากนี้ คอร์ตนีย์ ค็อกซ์ ยังเป็นนักแสดงเพียงคนเดียวที่ไม่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี—รางวัลด้านโทรทัศน์ของอเมริกา จากซีรีส์เรื่องนี้ ในขณะที่ ลิซ่า คูโดรว์ ได้เข้าชิง 6 ครั้ง, เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ได้เข้าชิง 5 ครั้ง, แมตต์ เลอบลังก์ ได้เข้าชิง 3 ครั้ง ส่วน แมทธิว เพอร์รี กับ เดวิด ชวิมเมอร์ ได้เข้าชิง 1 ครั้ง

• นักแสดงคนแรกที่ผ่านการออดิชั่นเข้ามาคือ เดวิด ชวิมเมอร์ ส่วนคนสุดท้ายคือ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน

• อพาร์ตเมนต์ของมอนิก้าถูกเปลี่ยนเลขห้องจากเบอร์ 5 ไปเป็น 20 เนื่องจากผู้เขียนบทเพิ่งมาสังเกตทีหลังว่าห้องหมายเลข 5 นั้นไม่มีทางจะอยู่ชั้นบนสุด (ในกรุงนิวยอร์ก) ได้เลย เช่นเดียวกับห้องของแชนด์เลอร์-โจอี้ ที่เปลี่ยนจาก 4 ไปเป็น 19

• เจมส์ ไมเคิล ไทเลอร์ ผู้รับบท ‘กันเทอร์’ บาริสต้าในร้านเซนทรัลเพิร์ก ต้องกัดสีผมแทบทุกสัปดาห์เป็นเวลา 10 ปีเต็ม (เพื่อรับบทดังกล่าว) เนื่องจากสีผมธรรมชาติของเจ้าตัวนั้นไม่ใช่สีบลอนด์แต่เป็นน้ำตาล

• Opening Credits ของซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายทำที่นิวยอร์ก แต่ไปถ่ายกันที่สตูดิโอของวอร์เนอร์บราเธอส์ในแคลิฟอร์เนีย

• ในแต่ละตอนจะมีการเอ่ยคำว่า ‘เพื่อน’ (Friend) อย่างน้อยหนึ่งครั้งเสมอ

• การถ่ายทำแต่ละตอนใช้เวลาร่วม 5 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการถ่ายในสตูดิโอ (ต่อหน้าแฟน ๆ ที่เข้ามารับชมกว่า 300 ชีวิต) ทำให้เสียเวลาส่วนมากไปกับการเปลี่ยนฉาก การรอเข้าคิว และการถ่ายเทคสำรอง

• บรูซ วิลลิส เคยมาร่วมแสดงใน Friends ถึง 3 ตอน โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่เขาแพ้พนัน แมทธิว เพอร์รี เกี่ยวกับความสำเร็จของหนัง The Whole Nine Yards (หนังที่ทั้งคู่เล่นด้วยกัน) ทั้งนี้แอ็คชั่นสตาร์ ‘คนอึดตายยาก’ ตัดสินใจมอบค่าตัวทั้งหมดที่เขาจะได้รับให้กับองค์กรการกุศล

• แม้กีต้าร์จะเป็นหนึ่งในพร็อพข้างกายของฟีบี้ที่แฟน ๆ จดจำได้ดี แต่ความจริงแล้ว ลิซ่า คูโดรว์ นักแสดงผู้สวมบทบาทดังกล่าวนั้นเกลียดการเล่นกีต้าร์มาก เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองไม่แตะต้องเครื่องดนตรีชิ้นนี้อีกเลยหลังจากโชว์จบเมื่อปี 2004

• ‘มาร์เซล’ เจ้าจ๋อคาปูชินเพศผู้ของรอสส์ นำแสดงโดยลิงเพศเมียที่ชื่อเคธี

• ภาพวาดในร้านเซนทรัลเพิร์ก จะปรับเปลี่ยนไปทุก ๆ 3 ตอน

• รอสส์พูดว่าตัวเองอายุ 29 ปี มายาวนานถึง 3 ซีซั่น (ซีซั่น 3-5) นอกจากนี้เขายังเป็นตัวละครที่มีวันเกิดถึง 2 วันอีกด้วย นั่นคือ 18 ตุลาคม กับอีกวันช่วงเดือนธันวาคม

• โซฟาสีส้มในร้านเซนทรัลเพิร์ก หนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ ความจริงแล้วเป็นโซฟาเก่าที่ถูกพบในชั้นใต้ดินของสตูดิโอวอร์เนอร์บราเธอส์

• โคล สโปรส นักแสดงเด็กผู้รับบทเป็น ‘เบ็น’—ลูกชายของรอสส์กับอดีตภรรยา ตกหลุมรัก เจนนิเฟอร์ อนิสตัน เข้าเต็มเปา เขาให้สัมภาษณ์กับ New York Post เมื่อปี 2017 ว่าตัวเอง (ในวัย 8 ขวบ) แอบปิ๊งนางเอกสาวจนพูดอะไรไม่ออก แถมยังลืมบทเวลาต้องเข้าฉากด้วยกันอีก นับเป็นช่วงเวลายากลำบากสำหรับเจ้าตัวจริง ๆ

• ก่อนจะมารับบทเป็น ‘แฟรงค์ จูเนียร์’—น้องชายต่างแม่ของฟีบี้ ครั้งหนึ่ง จิโอวานนี ริบิชี เคยรับบทตัวประกอบเป็น ‘ไอ้หนุ่มถุงยาง’ ในซีซั่น 2

• จอน ฟาฟวโร ผู้กำกับและนักแสดงชื่อดังในปัจจุบัน (Iron Man, The Lion King) เคยมาออดิชั่นเพื่อรับบทแชนด์เลอร์ (แต่ชวดกลับไป) ซึ่งแม้เขาจะพลาดโอกาสครั้งนั้นแต่จอนก็ยังได้มาปรากฎตัวในฐานะนักแสดงรับเชิญ ‘พีท เบรกเกอร์’—แฟนหนุ่มมหาเศรษฐีของมอนิก้า ถึง 6 ตอนด้วยกัน

• เนื่องจากออนแอร์ในช่วง 2 ทุ่ม อันเป็นเป็นช่วงไพร์มไทม์ ทำให้ซีรีส์ถูกเซ็นเซอร์ด้วยกฎข้อบังคับ ซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เดวิด เครน หนึ่งในโปรดิวเซอร์ให้สัมภาษณ์กับ Variety ว่า NBC เปลี่ยนกฎไปมาจนพวกเขาสับสน อาทิ ในช่วง 3 ปีแรกพวกเขาสามารถพูดว่าคำ “จู๋” (Penis) ออกอากาศได้ หลังจากนั้นจึงถูกสั่งห้าม และเพียงไม่นานก็อนุญาตให้พูดได้อีกครั้ง มาร์ธา คอฟฟ์แมน อีกหนึ่งโปรดิวเซอร์เสริมต่อว่า ในขณะที่ Seinfeld—ซีรีส์อีกเรื่องของ NBC ซึ่งออนแอร์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สามารถพูดเรื่อง “การช่วยตัวเอง” (Masturbate) ได้ แต่พวกเขากลับถูกสั่งห้ามแม้กระทั่งการโชว์ซองถุงยางอนามัย

• The One With the Halloween Party คือเทปแรกที่กลับมาถ่ายทำหลังเหตุการณ์ 9/11 จากคำบอกเล่าของ ลิซ่า คูโดรว์ (ฟีบี้) ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้ามีผู้คนจำนวนมากเข้ามาทักทายเธอด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แล้วบอกกับตนว่า “ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้พวกเขาในช่วงเวลาที่โหดร้ายเช่นนี้”

• แมตต์ เลอบลังก์ กลับมาสูบบุหรี่อีกครั้งเพราะวิตกกังวัลที่จะต้องถ่ายทำเทปสุดท้าย (Finale) เขาให้สัมภาษณ์กับ Vanity Fair เมื่อปี 2012 ว่าตอนนั้นตัวเองเลิกบุหรี่มาได้ 4 ปีแล้ว แต่ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายตัดสินใจกลับมาสูบอีกครั้งเพราะรู้สึกวิตกกังวลมาก หลังตระหนักถึงความจริงว่าเวลาของพวกเขากำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า

• หลังสิ้นสุดการถ่ายทำในปี 2004 บรรดานักแสดงต่างหยิบเอาของตกแต่งในร้านเซนทรัลเพิร์ก และแผ่นทางเท้าปลอมด้านหน้าร้าน กลับบ้านไปเป็นที่ระลึก

• แม้แฟน ๆ เรียกร้องแค่ไหน แต่ก็ ‘ไม่มีทาง’ ที่พวกเขาจะกลับมารียูเนี่ยนกันอย่างแน่นอน มาร์ธา คอฟฟ์แมน (โปรดิวเซอร์) ให้สัมภาษณ์กับ Rolling Stone ตอนต้นปี 2019 ถึงเหตุผลว่าทำไมเราไม่มีวันได้ดู ‘Friends Reunion’ เธออธิบายว่าซีรีส์เรื่องนี้พูดถึงช่วงเวลาหนึ่งเดียวของชีวิต ที่เราจะผูกพันกับเพื่อนดั่งคนในครอบครัว (When your friends are your family) ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวได้จบลงไปแล้ว แม้จะนำ 6 นักแสดงกลับมาแต่หัวใจของเรื่องก็ขาดหายไปอยู่ดี เธอเสริมต่ออีกว่า การรียูเนี่ยนอาจทำให้ความรู้สึกของแฟน ๆ เปลี่ยนไปตลอดกาล ซึ่งเธอมั่นใจเหลือเกินแน่นอนว่าทุกคนต้องผิดหวังแน่ ๆ (อัพเดต 2020: HBO Max เตรียมนำนักแสดงทั้ง 6 คนกลับมารียูเนียนกันอีกครั้ง ส่วนจะเป็นในรูปแบบไหนต้องรอดูกันต่อไป)

อ้างอิง
www.imdb.com
www.cosmopolitan.com
www.rollingstone.com

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *