Feature

5 ผลงานยอดเยี่ยมโดยผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน

December 1, 2019 2 min read
kunanon

author:

5 ผลงานยอดเยี่ยมโดยผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน

Reading Time: 2 minutes

หากให้ลองเอ่ยนามผู้กำกับชาวนิวยอร์กที่พอจะนึกออก แน่นอนว่าชื่อ ‘วู้ดดี้ อัลเลน’ ย่อมเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ผู้คนต่างนึกถึง โดยตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมาชายคนนี้สร้างสรรค์ผลงานไปแล้วเกือบ 50 เรื่อง ซึ่งด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ประกอบกับมุกตลกร้ายเสียดสีที่เปรียบเสมือนลายเซ็นต์ของเจ้าตัว จึงทำให้มีแฟน ๆ คอยติดตามหนังของเขาเรื่อยมา

และในโอกาสที่วันนี้ — 1 ธันวาคม เป็นวันเกิดปีที่ 84 ของวู้ดดี้ อัลเลน เราจึงอยากแนะนำหนัง 5 เรื่องของเขาที่ทุกคนควรหามาดูสักครั้งในชีวิต

Manhattan (1979)

หนึ่งในผลงานที่ถูกยกย่องมากที่สุดของวู้ดดี้ อัลเลน เล่าถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อน-ยุ่งเหยิงของ ‘ไอแซค’ โปรดิวเซอร์รายการทีวีวัย 42 ปี ผู้ล้มเหลวเรื่องความรัก หย่าร้างมาแล้วสองหน และปัจจุบันกำลังคบหาดูใจเด็กนักเรียนอายุ 17 วันหนึ่งเพื่อนสนิทของไอแซคแนะนำเขาให้รู้จักกับ ‘แมรี่’ ชู้รักที่แอบคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ มานานหลายเดือน ไอแซคไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน พยายามพูดจาเหน็บแนม-ถากถางทุกครั้งที่มีโอกาส แต่แล้วเมื่อทั้งสองได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเขากลับพบว่าแมรี่เป็นหญิงสาวที่น่าค้นหา ไม่นานหลังจากนั้นไอแซคก็ตกหลุมรักเธอ (ผู้เป็นชู้รักของเพื่อนสนิท) จนโงหัวไม่ขึ้น

ความน่าสนใจของ Manhattan คือการพูดถึงความสัมพันธ์ที่หลากหลายและซับซ้อนของชาวนิวยอร์ก จิกกัดเสียดสีหนุ่มสาวคนเมืองด้วยมุกตลกร้าย ขณะเดียวกันก็นำเสนอมนต์เสน่ห์เมืองแมนฮัตตัน (ผ่านฟิล์มขาวดำและคลอด้วยบทเพลงของ จอร์จ เกิร์ชวิน) ออกมาได้อย่างโรแมนติก ถือเป็นผลงานคลาสสิคของวู้ดดี้ อัลเลน ที่คู่ควรแก่การรับชมอย่างยิ่ง

Annie Hall (1977)

ผลงานหนึ่งเดียวของวู้ดดี้ อัลเลน ที่คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ‘แอลวี่’ สแตนด์อัพคอมเมดี้ผู้มีระบบความคิดและมุมมองแตกต่างจากคนอื่น เขาหมกมุ่น-ฟุ้งซ่าน พูดจาโอ้อวด ไม่ชอบปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า อีกทั้งไม่อยากจะคบใครในระยะยาว กับ ‘แอนนี่’ นักแสดงสาวที่มาแสวงโชคยังมหานครยิวยอร์ก เธอเป็นมิตรกับผู้คน รักสนุก ชอบความอิสระ เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งทั้งหมดแตกต่างกับแอลวี่โดยสิ้นเชิง หนังเล่าเรื่องตลอด 1 ปีที่ทั้งสองคบหากัน ตั้งแต่เริ่มรู้จักจนกระทั่งเลิกลา (และได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้งในตอนท้าย)

สิ่งที่ประทับใจใน Annie Hall คือบทสรุปตอนท้ายเรื่องที่แอลวี่พยายามเปรียบเปรยความสัมพันธ์ของพวกเขา ผ่านมุกตลกร้ายเกี่ยวกับชายหนุ่ม น้องชายผู้เสียสติ และจิตแพทย์

“ชายคนนึงไปหาจิตแพทย์แล้วพูดว่า—น้องชายผมบ้าไปแล้ว เขาคิดว่าตัวเองเป็นแม่ไก่ หมอจึงบอกว่า—ส่งเขามาหาหมอสิ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ตอบหมอไปว่า—ผมอยากส่งเขาให้หมอนะ แต่ผมอยากได้ไข่ด้วย” แอลวี่กล่าวสรุปในตอนท้าย “นั่นแหละคือความรู้สึกของผมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ มันยากที่จะคาดเดา บ้าบอ และเหลวไหล แต่ผมคิดว่าเราคงจะเป็นแบบนี้ต่อไป เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่ล้วนเกลียดตัวกินไข่กันทั้งนั้น”

Midnight in Paris (2011)

‘กิล’ นักเขียนบทหนังจากฮอลลีวูดเดินทางมาปารีสพร้อมด้วยคู่หมั้นสาวและครอบครัวของฝ่ายหญิง ความตั้งใจของเขาในการมาเยือนดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์คราวนี้ก็เพื่อเก็บข้อมูล (และซึมซับบรรยากาศ) สำหรับนำไปเขียนหนังสือซึ่งค้างเติ่งมานาน คืนหนึ่งขณะที่กิลกำลังเดินเตร่อยู่ตามซอกซอย เขาก็ค้นพบว่าตัวเองสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาย้อนกลับไปช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้ ที่นั่นเขาได้กระทบไหล่-ร่วมวงสนทนากับคนดังแห่งวงการศิลปะและนักเขียนมากมาย อาทิ ซัลบาโด ดาลี, เกอร์ทรูด สไตน์, เอฟ. สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ และเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์

Midnight in Paris เป็นผลงานในยุคหลัง (ทศวรรษ 2010) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากทั้งฝั่งนักวิจารณ์และคนดู หนังเต็มไปด้วยองค์ประกอบเฉพาะตัวของวู้ดดี้ อัลเลน ที่แฟน ๆ คุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไอเดีย-พล็อตเรื่องที่ไม่เหมือนใคร มุกตลกร้ายเสียดสี (ยกยอตัวเองว่าเป็นปัญญาชน) และบรรยากาศอันแสนโรแมนติก

The Purple Rose of Cairo (1985)

ผลงานแฟนตาซีสุดคลาสสิคของวู้ดดี้ อัลเลน ที่เล่าเรื่องในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (ต้นทศวรรษ 1930) หนังพูดถึง ‘เซซิเลีย’ สาวเสิร์ฟประจำร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เธอมีสามีจอมขี้เกียจที่วัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากไถเงินและเล่นการพนัน เซซิเลียมักใช้เวลาว่างจากการทำงานไปขลุกตัวอยู่โรงหนังประจำเมือง ที่นั่นเปรียบได้กับโลกอีกใบของเธอ โลกที่เธอค้นพบความสุขซึ่งแตกต่างกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง

วันหนึ่งมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เมื่อจู่ ๆ ตัวละคร ‘ทอม แบ็กซ์เตอร์’ ในหนังเรื่อง The Purple Rose of Cairo ที่เซซิเลียกำลังรับชม เดินทะลุออกมาจากหน้าจอและชักชวนให้เธอหนีไปด้วยกัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความงุนงงและเดือดร้อนให้กับผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงหนัง ทีมผู้สร้างหนัง รวมไปถึง ‘กิล’ นักแสดงหนุ่มผู้สวมบทบาททอม แบ็กซ์เตอร์

สนุก ตลก ประหลาด และโรแมนติกมาก

Match Point (2005)

หลังอำลาสนาม ‘คริส’ อดีตนักเทนนิสมืออาชีพเลือกเปลี่ยนสถานะตัวเองมาเป็นโค้ชส่วนตัวให้กับผู้เล่นระดับสมัครเล่นประจำคลับแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน (ซึ่งรับเฉพาะลูกค้าวีไอพีเท่านั้น) วันหนึ่งมีคนแนะนำให้คริสรู้จักกับ ‘ทอม’ มหาเศรษฐีหนุ่มที่มาใช้งานคลับดังกล่าว ทั้งสองคุยกันถูกคอจนทอมออกปากชักชวนให้คริสมาร่วมงานเลี้ยงที่บ้าน ภายหลังคริสก็ได้พบกับ ‘โคลอี้’ น้องสาวของทอม ทั้งคู่เริ่มศึกษาดูใจกันและได้แต่งงานในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันคริสก็ได้รู้จักกับ ‘นอร่า’ นักแสดงสาวชาวอเมริกันผู้เป็นคนรักของทอม (และกำลังจะเป็นพี่สะใภ้ของเขาในอนาคต) คริสหลงใหลเสน่ห์นอร่าตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน ทั้งคู่แอบมีสัมพันธ์ลับ ๆ โดยที่ทอมกับโคลอี้ไม่เคยระแคะระคาย จนในที่สุดมันนำมาซึ่งความโกลาหลที่ยากเกินจะควบคุม

ความน่าสนใจของผลงานทริลเลอร์เรื่องนี้ คือการนำประเด็นศีลธรรม-จริยธรรม มาล้อเข้ากับธีมการแข่งขันเทนนิสได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อผู้เล่นทั้งสองฝ่ายหวดลูกสักหลาดโต้กันไปมาจนถึงแต้มแมตช์พอยต์ ตัวแปร (หรือจุดเปลี่ยน) ที่จะทำให้พวกเขาชนะหรือแพ้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือ ‘ดวง’ ล้วน ๆ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *