Feature

40 ปี Alien กับ 5 เรื่องเบื้องหลังที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

April 10, 2019 2 min read
kunanon

author:

40 ปี Alien กับ 5 เรื่องเบื้องหลังที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Reading Time: 2 minutes

Alien อีกหนึ่งผลงานคลาสสิคของโลกภาพยนตร์ กำลังจะมีอายุครบ 4 ทศวรรษในเดือนพฤษภาคมนี้ หนังไซไฟ-สยองขวัญโดยผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อตต์ ทุบสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศอย่างถล่มทลายขณะที่ยังยืนโรงฉาย กวาดเงินทั่วโลกไปกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทุนสร้างราว ๆ 10 ล้านเท่านั้น

ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น สตูดิโอก็ตัดสินใจสร้างภาคต่อเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านฝีมือผู้กำกับคนดังมากมาย ทั้ง เจมส์ คาเมรอน (Alien, 1986) เดวิด ฟินเชอร์ (Alien³, 1992) และฌอง-ปิแอร์ จูเนต์ (Alien: Resurrection, 1997)

40 ปีผ่านไป เราลองมาทบทวนหนังเรื่องนี้กันอีกสักครั้ง ด้วย 5 เบื้องหลังที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เมอรีล สตรีป คือตัวเลือกนักแสดงในตอนแรก

แฟน ๆ Alien คงจะนึกภาพไม่ออกว่าหาก “ซิกัวร์นีย์ วีเวอร์” ไม่ได้นำแสดงในหนังเรื่องโปรดของพวกเขา แล้วจะมีใครบ้างที่คู่ควรกับบทนี้? อันที่จริงแล้วก่อนหน้าที่บท “ริปลีย์” จะตกเป็นของซิกัวร์นีย์ ทีมงานได้วางตัวให้ เมอรีล สตรีป ที่ตอนนั้นกำลังเนื้อหอมจาก The Deer Hunter และ Manhattan มานำแสดง

แต่เนื่องจากนักแสดงเจ้าของ 3 รางวัลออสการ์ เพิ่งจะผ่านเรื่องโศกเศร้าครั้งใหญ่ในชีวิตมา (จอห์น คาซาล อดีตแฟนของเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง) โปรดิวเซอร์ของหนังเลยไม่แน่ใจถึงความเหมาะสมที่จะเร่งให้เธอรีบกลับมารับงาน สุดท้ายบทนี้จึงตกเป็นของซิกัวร์นีย์ในที่สุด

ภายใต้คอสตูมสุดสะพรึงคือหนุ่มนักศึกษาชาวไนจีเรีย

โบลาจิ บาดีโจ (Bolaji Badejo) นักศึกษาหนุ่มชาวไนจีเรียวัย 25 ปี ที่กำลังเล่าเรียนกราฟิกดีไซน์อยู่ลอนดอน คือสตั๊นท์แมนผู้สวมชุดอสูรกายจากนอกโลก ด้วยส่วนสูงกว่า 7 ฟุต 2 นิ้ว (หรือราว 218 ซม.) ทำให้เขาไปเตะตาแคสติ้งไดเร็คเตอร์ของหนังเรื่องนี้ ซึ่งบังเอิญได้พบกันที่ผับแห่งหนึ่งย่านโซโห

Alien นับเป็นเครดิตการแสดงเพียงเรื่องเดียวของโบลาจิ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงด้วยโรคโลหิตจางในปี 1992 ขณะที่มีอายุเพียงแค่ 39 ปีเท่านั้น

งานออกแบบของ ฮาแอร์ กีเกอร์ เกือบถูกนำไปใช้ในหนังเรื่องอื่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญและถูกจดจำมากที่สุด คืองานออกแบบของ ฮาแอร์ กีเกอร์ ศิลปินชาวสวิสเซอร์แลนด์ที่นำงานสไตล์ “Biomechanical” ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างมนุษย์กับองค์ประกอบของเทคโนโลยี มาปรับใช้ในหนังของ ริดลีย์ สก็อตต์ ได้อย่างลงตัว

ตัวละคร “ซีโนมอร์ฟ (Xenomorph)” หรือเจ้าอสูรกายของเรื่อง และรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ที่เราได้เห็นกันในหนังก็ล้วนเป็นฝีมือของ ฮาแอร์ กีเกอร์ แทบทั้งสิ้น ทั้งนี้งานทั้งหมดของเขาคงจะไม่ได้ปรากฏใน Alien เป็นแน่ หากโครงการก่อนหน้านี้ไม่ถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักไปเสียก่อน

อันที่จริงสไตล์ Biomechanical คือผลผลิตที่ศิลปินชาวสวิสฯ ตั้งใจนำมาปรับใช้ใน “Dune” ว่าที่หนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับชาวชิลี “อเลฮานโดร โฆโดรอฟสกี” ซึ่งว่าจ้างเขามาดูแลงานออกแบบทั้งหมด แต่เนื่องจากประสบปัญหาด้านการเงิน สุดท้ายโปรเจคนี้จึงถูกยกเลิกไป และ ฮาแอร์ กีเกอร์ ก็โดนย้ายให้มาดูแล Alien แทน

ไม่มีนักแสดงคนไหนล่วงรู้ถึงไคลแม็กซ์ของฉาก Chestburster

ฉาก Chestburster (ลูกเอเลี่ยนโผล่ทะลุออกมาจากกลางหน้าอก) นับเป็นฉากสัญลักษณ์ที่แฟน ๆ หรือคอหนังต่างจดจำกันได้ดี เชื่อว่าใครที่รับชมหนังเรื่องนี้เป็นรอบแรกคงจะตกใจหรือสะดุ้งให้กับฉากนี้แน่ ๆ ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากบรรดานักแสดงที่อยู่ในฉาก พวกเขาไม่รู้มาก่อนว่าจะมีสัตว์ประหลาดน่ารังเกียจ และเลือดปลอมหลายถุงทะลักออกมามากมายขนาดนั้น

เนื่องจาก ริดลีย์ สก็อตต์ อยากได้ปฏิกิริยาที่แท้จริงของนักแสดง ก่อนถ่ายทำเขาจึงบอกใบ้ไปแค่ว่าสุดท้ายแล้วจะมีบางอย่างโผล่ออกมา โดยอุบช่วง “ไคลแม็กซ์” เอาไว้ และแน่นอนว่ามันได้ผลดีเกินคาด นักแสดงหลายคนถึงกับหน้าตาเหยเก เมื่อได้เห็นเอเลี่ยนอัปลักษณ์ตัวน้อย (ที่ทำขึ้นมาจากไส้หมูและวัว) พุ่งทะลุออกมาจากกลางหน้าอกอย่างน่าทรมาน พร้อมเลือดที่สาดกระเซ็นแบบไร้ทิศทาง

ทำรายได้เปิดตัว 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข้อสุดท้ายไม่ใช่เบื้องหลังแต่เป็นสถิติน่าสนใจ หนังเรื่องนี้ทำรายได้เปิดตัว 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (หากปรับตามอัตราเงินเฟ้อจะมีมูลค่าประมาณ 12 ล้านเหรียญฯ) แน่นอนว่าเทียบไม่ได้เลยกับปัจจุบันที่สามารถคว้า 100 ล้านกันได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าฉาย เหตุผลที่ทำให้ตัวเลขดูค่อนข้างต่ำเป็นเพราะราคาตั๋วในอดีตถูกกว่าตอนนี้ อีกทั้งยังจำกัดโรงฉายแค่ 91 โรงเท่านั้น

แต่หากเทียบเคียงกับหนังเรื่องอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน Alien ถือว่ามีภาษีเหนือกว่าชาวบ้านพอสมควร สามารถทำเงินเฉลี่ยต่อโรง / รอบ ได้ถึง 38,000 เหรียญฯ ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่ธรรมดาเลย ทั้งนี้มีการเปรียบเทียบกันระหว่างผลงานของ ริดลีย์ สก็อตต์ กับ The Prisoner of Zenda หนังอีกเรื่องที่เปิดตัวในสัปดาห์เดียวกัน ปรากฏว่าหนังเรื่องหลังนี้ทำเงินช่วงสุดสัปดาห์ไปได้เพียง 2.4 ล้านเหรียญฯ ทั้งที่มีโควต้ามากถึง 417 โรง

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *