Feature

ประสบการณ์ช้ำรักที่กลายมาเป็นบทหนัง 500 Days of Summer

May 19, 2020 < 1 min read
kunanon

author:

ประสบการณ์ช้ำรักที่กลายมาเป็นบทหนัง 500 Days of Summer

Reading Time: < 1 minute

“เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น หากมันดันไปเหมือนเรื่องของใคร ถือว่าเป็นความบังเอิญโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเธอ เจนนี่ เบ็คแมน… นังเวรเอ๊ย”

สำหรับใครที่เคยได้ดู 500 Days of Summer ก็คงจะเคยเห็นข้อความนี้ผ่านตามาแล้ว ข้อความดังกล่าวเป็นหมายเหตุจาก สก็อตต์ นอยสตัดเตอร์ หนึ่งในผู้เขียนบทที่จงใจใส่มันเข้าไปตั้งแต่ตอนต้นเรื่อง (ก่อนขึ้นไตเติ้ลหนังซะอีก) ซึ่งแม้ว่ามันจะดูเหมือนข้อความเหน็บแนมที่ใส่มาเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม แต่ความจริงแล้วเจ้าตัวเผยว่าเขาแค้นฝังใจเธอจริงๆ

สก็อตต์พูดไว้ใน DVD Commentary ของหนังเรื่องนี้ว่า 75% ที่เรารับชมกันนั้น เกิดขึ้นกับเขาจริง ๆ และเมื่อทั้งสองเลิกลากันไป เขาก็นำเอาประสบการณ์มาถ่ายทอดเป็นบทหนัง นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยให้สัมภาษณ์กับ The Daily Mail เมื่อปี 2009 เกี่ยวกับ เจนนี่ เบ็คแมน หญิงสาวผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ซัมเมอร์ และประสบการณ์ช้ำ ๆ ที่เขาพบเจอ สก็อตต์บอกว่าพวกเขาเจอกันที่วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School of Economics) ช่วงเดือนตุลาคมปี 2002

“ครั้งแรกที่ผมเห็นเธอก็มีความคิด 2 อย่างแว็บเข้ามาในหัว อย่างแรกคือเธอตรงสเปคผมทุกอย่าง และอย่างที่สองคือ ผมรู้ได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยความปวดร้าวแน่ ๆ เพราะผมเพิ่งเลิกกับแฟนเก่าที่นิวยอร์กไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนนั้นผมอ้างว้างมาก นอนไม่หลับอยู่หลายวัน ได้แต่ดูหนังสวีเดน ฟังเพลงวง The Smiths วนอยู่อย่างนี้”

“กระทั่งผมได้เจอผู้หญิงคนนี้ ความซึมเศร้าที่เคยมีก็ค่อย ๆ จางลง หัวใจผมพองโตขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนกับว่านี่อาจเป็นการชี้นำของพระเจ้าก็ได้ เราเริ่มพูดคุยกัน แชร์รสนิยมด้านหนังสือกับดนตรี ตอนนั้นผมคลั่งเธอมาก แต่ขณะเดียวกันก็หมดหวัง เธอไม่เคยแสดงท่าทีว่าสนใจในตัวผม ผมได้แต่บอกเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่สนิทกันเท่านั้น และหนึ่งในนั้นดันควงเธอมางานปาร์ตี้ด้วย”

“สถานการณ์ตอนนั้นน่าอึดอัดมาก เราทั้งคู่ออกจากปาร์ตี้เดินไปขึ้นรถเมล์ช่วงกลางดึก แต่ระหว่างทางเธอก็โน้มตัวมาจูบผม และนั่นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป”

จากนั้นสก็อตต์ก็เล่าความสัมพันธ์ของพวกเขาตลอดช่วงเวลาที่คบกัน ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่เรารับชมกันในหนัง ทั้งสองคบกันแบบไม่มีสถานะ ฝ่ายหญิงไม่อยากถูกจองจำด้วยคำว่าแฟน และสก็อตต์เองก็เห็นด้วย เพราะคิดว่ามันคือโลกสมัยใหม่แล้ว เขาให้สัมภาษณ์ว่ามีความทรงจำดี ๆ มากมายที่จำได้ขึ้นใจ ทั้งดื่มไวน์ด้วยกัน ดูคอนเสิร์ตด้วยกัน แอบจูบกันในลิฟต์ รวมทั้งอีกหลายความทรงจำแย่ ๆ ที่เขาไม่เคยลืม จนในที่สุดฝ่ายหญิงก็เอ่ยความในใจออกมา ซึ่งมันก็ตรงกับความคิดของเขาตอนเจอเธอครั้งแรก (ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะจบลงด้วยความปวดร้าว) จากนั้นสก็อตต์ก็กลับมาอเมริกา และใช้ชีวิตวนลูปเหมือนเดิม

สก็อตต์เล่าต่อว่าตอนที่เขาระบายประสบการณ์หวานขมจนออกมาเป็นบทหนังได้สำเร็จ มันช่วยให้เขาปลดปล่อยตัวเองจากความทุกข์ ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์ครั้งใหม่ และตนก็ไม่เคยรู้สึกมีความสุขเท่านี้มาก่อน

อย่างไรก็ดี เขามีโอกาสได้เจอเจนนี่อีกครั้งที่แอลเอ (ครั้งแรกนับตั้งแต่เลิกกัน) พวกเขานัดทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเวนิส บีช พูดคุยสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนไม่เจอกันมานาน (โดยไม่รื้อฟื้นถึงความสัมพันธ์) ก่อนจากกันสก็อตต์ตัดสินใจยื่นบทหนังที่ตนเขียนให้เธอไว้อ่านขณะบินกลับลอนดอน ซึ่งภายหลังเธอเขียนจดหมายมาบอกเขาว่าเธอรักมันมาก

“เธอบอกว่าประทับใจมาก มันเข้าถึงอารมณ์เธอ และรู้สึกว่าตัวเองมีบางอย่างที่คล้ายกับทอม (พระเอก) นั่นแหละครับ เหลือเชื่อเลย เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองคือซัมเมอร์”

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *